แนวทางและขั้นตอนการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) โครงการบริหารจัดการน้ำโขง-เลย-ชี-มูล โดยแรงโน้มถ่วง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีประเด็นต่างๆ ดังต่อไปนี้
- การศึกษาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA)ประกอบด้วย พิจารณาแนวผันน้ำ รูปแบบ และวิธีการผันน้ำโขงที่ปากแม่น้ำเลยโดยแรงโน้มถ่วงเข้าสู่พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมให้เป็นที่ยอมรับ การพิจารณาแนวทางฉบับร่างของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) การพิจารณาวิธีการที่เหมาะสมในการวิเคราะห์ ประเมินข้อมูล และเสนอทางเลือกที่เป็นไปได้ รวมทั้งกำหนดมาตรการป้องกันผลกระทบล่วงหน้าและแผนเฝ้าระวัง ติดตาม และจัดให้มีการดำเนินการด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงาน
- การศึกษาและจัดทำรายงานศึกษาความเหมาะสมของการผันน้ำโขงโดยแรงโน้มถ่วง เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วยประเด็นต่างๆ ดังนี้
- ศึกษารูปแบบและวิธีการการผันน้ำจากแม่น้ำโขง โดยแรงโน้มถ่วงบริเวณปากแม่น้ำเลยที่เหมาะสม โดยพิจารณาศักยภาพการเป็นแหล่งน้ำต้นทุนของแม่น้ำโขง ตามแผนพัฒนาในระยะต่างๆ
- ศึกษารูปแบบและวิธีการส่งน้ำชลประทานที่เหมาะสมทั้งระบบแรงโน้มถ่วงและระบบกระจาย น้ำอื่นๆ รวมทั้งการพิจารณาระบบเก็บกักน้ำเพื่อรองรับปริมาณน้ำที่ผันจากแม่น้ำโขง
- ศึกษาความเหมาะสมของระบบชลประทาน โดยเน้นระบบแรงโน้มถ่วงเป็นหลัก สำหรับการขยายพื้นที่ชลประทานเดิม พื้นที่ชลประทานเปิดใหม่ การเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามริมแม่น้ำชี แม่น้ำมูล และแม่น้ำสาขา โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีปัญหาขาดแคลนน้ำรุนแรง พื้นที่ที่มีข้อจำกัดในการพัฒนาแหล่งน้ำ หรือพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาแหล่งน้ำในอดีต อาทิเช่น พื้นที่อพยพของเขื่อนอุบลรัตน์ พื้นที่ลุ่มน้ำพรมที่มีการผันน้ำไปใช้ในลุ่มน้ำข้างเคียง และพื้นที่ที่มีความพร้อมในการพัฒนาตามแผนของโครงการโขง-ชี-มูล เป็นต้น
- ศึกษารูปแบบการพัฒนาด้านเกษตรชลประทานที่เหมาะสม ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง โดยพิจารณาประเด็นที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วน ความต้องการและความคุ้นเคยของราษฎร สภาพดินเค็ม ตลาดผลผลิต การประหยัดพลังงาน แรงงานเกษตร พืชพลังงาน พืชใช้น้ำน้อย ฯลฯ โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการพิจารณาเสนอรูปแบบการพัฒนาเกษตรชลประทานในกรณีต่างๆ
- การประเมินความต้องการใช้น้ำในปัจจุบันและอนาคต เป็นการศึกษาความต้องการใช้น้ำด้านการเกษตร รวมทั้งประเมินการใช้น้ำด้านอื่นๆ เช่น ด้านปศุสัตว์ ประมง อุตสาหกรรม การรักษาระบบนิเวศท้ายน้ำโขง และในแม่น้ำชี-มูล และสาขา การใช้น้ำแบบประหยัดและมีประสิทธิภาพ
- ศึกษาประเมินผลประโยชน์โครงการในทุกๆ ด้าน เช่น ด้านชลประทาน ไฟฟ้าพลังน้ำ บรรเทาอุทกภัย น้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่ออุตสาหกรรม ปศุสัตว์ การรักษาระบบนิเวศ ประมง คมนาคม ขนส่งทางน้ำ (Logistics) การเสริมระดับน้ำใต้ดิน ฯลฯ
- ศึกษาศักยภาพด้านไฟฟ้าพลังน้ำขององค์ประกอบการผันน้ำ การส่งน้ำ โดยพิจารณาร่วมกับการบริหารจัดการน้ำด้านท้ายน้ำ
- การศึกษาด้านเศรษฐกิจ-สังคม ศึกษาโครงสร้างด้านเศรษฐกิจ-สังคม และการเปลี่ยนแปลง เมื่อมีโครงการ ทั้งในส่วนของผลประโยชน์และผลกระทบ โดยใช้ข้อมูลปฐมภูมิและข้อมูลทุติยภูมิอย่างเหมาะสม
- ศึกษาจัดทำแผนงานตามแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสม โดยการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งพิจารณาถึงองค์ประกอบและปัจจัยต่างๆ เช่น ลำดับความสำคัญของปัญหาความเดือดร้อน ความคุ้มทุน งบประมาณการลงทุน ระยะเวลาก่อสร้างที่เป็นไปได้ ฯลฯ
- ศึกษารูปแบบองค์การบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสมในระดับต่างๆ รวมทั้งเสนอแนวทาง การพัฒนากรณีที่มีปัญหากฎหมายและระเบียบต่างๆ
- การสำรวจด้านภูมิประเทศ ธรณีวิทยาและปฐพีกลศสตร์ เพื่อนำข้อมูลต่างๆ มาศึกษาและวิเคราะห์โครงการในด้านต่างๆ
- ศึกษาผลกระทบด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านการเงิน และด้านสังคม ทั้งทางตรงและทางอ้อม (Tangible & Intangible และ Cost Recovery)
- การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) และแผนปฏิบัติการป้องกันแก้ไขและติดตามผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Mitigation Plan : EIMP) ตามแนวทางของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยมีสาระครอบคลุมประเด็นหลัก คือ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณภาพชีวิต
- การศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ (Health Impact Assessment : HIA) โดยพิจารณาการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพทั้งโครงการ และผลกระทบตามระยะการพัฒนา
- การศึกษาประเมินผลกระทบด้านสังคม (Social Impact Assessment : SIA) รวมทั้งแผนแก้ไขผลกระทบ โดยพิจารณาการประเมินผลกระทบด้านสังคมทั้งโครงการ และผลกระทบตามระยะการพัฒนา
- ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการน้ำ การวิเคราะห์สมดุลน้ำและการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ ส่งมอบข้อมูลพร้อมแบบจำลองและจัดฝึกอบรม และศึกษาระบบ/ศูนย์ข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการน้ำ โดยการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องและจำเป็นในการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ
- ศึกษาด้านชลศาสตร์ของระบบผันน้ำและระบบกระจายน้ำ โดยใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ เพื่อศึกษาด้านชลศาสตร์ของการผันน้ำตั้งแต่ปากแม่น้ำเลยผ่านอุโมงค์ผันน้ำ และระบบการระบายน้ำไปยังลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล และลุ่มน้ำสาขาจัดทำแบบจำลองการสร้างภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ (3D-Animation) รวมทั้งส่งมอบข้อมูลพร้อมแบบจำลองและจัดฝึกอบรม
- การศึกษาและติดตั้งสถานีวัดน้ำท่าของแม่น้ำโขงที่บริเวณปากแม่น้ำเลย เนื่องจากปัจจุบัน ไม่มีสถานีวัดน้ำโขงในบริเวณดังกล่าว และดำเนินงานวัดน้ำในระหว่างการศึกษา เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการศึกษา
- การศึกษาและจัดทำแปลงทดลอง เพื่อกำหนดรูปแบบที่เหมาะสมในการส่งน้ำ ในพื้นที่ที่มีความเค็มระดับต่างๆ โดยดำเนินงานตามกระบวนการส่งเสริมการมีส่วนร่วมกับประชาชนในการจัดทำแปลงทดลอง และจัดทำเกณฑ์การคัดเลือกพื้นที่แปลงทดลอง เสนอรูปแบบและวิธีการทดลองที่คำนึงถึงภูมิปัญญาท้องถิ่น
- การจัดทำระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information Systems : GIS) ทั้งระบบข้อมูลเชิงเส้น และข้อมูลดาวเทียม (หากจำเป็น) เพื่อจัดทำระบบฐานข้อมูลการจัดการทรัพยากร ธรรมชาติ การวางระบบชลประทาน การบริหารจัดการน้ำ และใช้ประกอบงานด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และส่งมอบข้อมูลพร้อมจัดฝึกอบรม
- การดำเนินงานส่งเสริมการมีส่วนร่วม โดยจัดให้มีการมีส่วนร่วม ในหลายระดับของการมีส่วนร่วม เช่น ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมดำเนินกิจกรรมในการวางแผนการใช้น้ำในพื้นที่ รวมทั้งในระดับที่มีการจัดตั้งกลุ่มเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ และสร้างกิจกรรมให้กลุ่มเครือข่ายเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วม และเป็นการเตรียมความพร้อมของกลุ่มผู้ใช้น้ำที่จะรองรับการพัฒนาโครงการในอนาคต
- การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ งานมวลชนสัมพันธ์ในเชิงรุก รวมทั้งการจัดทำ Webpage เพื่อเผยแพร่ข้อมูล และจัดทำสื่อที่สามารถทำให้เข้าใจโครงการได้ง่าย โดยสามารถใช้ได้ในระหว่างศึกษาและหลังการศึกษา ได้แก่ การจัดทำแบบจำลองเชิงภูมิสถาปัตยกรรมที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย วีดีทัศน์ที่แสดงภาพแบบ Bird eye view และภาพจำลองภาพที่เคลื่อนไหวได้ (Animation) โดยแสดงพื้นที่ศึกษา องค์ประกอบการพัฒนาโครงการ และแสดงการไหลของน้ำนับจากการผันน้ำโขงไปยังปลายคลองชลประทาน และการส่งน้ำไปยังพื้นที่ชลประทาน
|